แอดมินขอแนะนำท่าบิลด์กล้ามเนื้อช่วงบน ทั้งหมด 5 ท่าที่เห็นผลดีที่สุด จัดไปรัวๆ เพื่อกล้ามแน่นๆ ของเรา ฝึกให้ได้ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยฝึกท่าแรก 30 วินาที และหยุดพัก 15 วินาที นับเป็น 1 เซ็ต ฝึกจนครบ 3 เซ็ตแล้วฝึกต่อในท่าถัดไป โดยยึดรูปแบบการฝึกแบบนี้ (ฝึก 30 วินาที พัก 15 วินาที จนครบ 3 เซ็ต) ไปตลอดการเวิร์กเอาต์   1. Seated Band Multi-Grip Row นั่งบนพื้นแล้วเหยียดขาไว้ด้านหน้า คล้องแผ่นยางไว้กึ่งกลางฝ่าเท้าแล้วจับแบบคว่ำฝ่ามือให้ได้ความกว้างระดับไหล่ ตั้งลำตัวให้นิ่งก่อนเริ่มฝึกด้วยการออกแรงดึงแผ่นยางเข้าหาท้องช่วงบน ฝึกให้ครบตามเวลาที่กำหนดก่อนเริ่มฝึกในเซ็ตต่อไปด้วยการจับแผ่นยางแบบหันฝ่ามือเข้าหากัน และในเซ็ตสุดท้ายแบบหงายฝ่ามือขึ้น   2. Seated Band Face Pull นั่งบนม้านอนและกางขาออกให้เท่าความกว้างสะโพก คล้องแผ่นยางไว้กับฝ่าเท้าแล้วจับแบบคว่ำฝ่ามือ เริ่มฝึกด้วยการเหยียดแขนทั้งสองข้างไว้ด้านหน้า จากนั้นดึงแผ่นยางขึ้นมาระดับหน้าผากโดยให้คุณกางศอกออกกว้างๆ ที่จุดบนสุดของท่า
เคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อด้วยระยะเวลาเพียง 1 เดือน #jasonfitness   1.เน้นท่าบริหารร่างกายที่ออกแรงเยอะ  แน่นอนว่าหากฝึกด้วยท่าที่ต้องใช้พลังงานเยอะ ย่อมเสริมความแข็งแกร่งให้กับกล้ามเนื้ออยู่แล้ว ดังนั้นจึงควรออกกำลังด้วยท่า Compound Lift เพราะเป็นท่าบริหารที่ใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนพร้อมกัน เช่น Squat, Deadlift, Bench Press, Military Press, Row และ Pull up ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายแข็งแรงเท่านั้น ยังช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้ออีกด้วย 2.เพิ่มจำนวนเซ็ต ไม่ต้องเพิ่มจำนวนครั้ง  การเพิ่มจำนวนการออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ถึงเป้าหมายโดยเร็ว ซึ่งควรเพิ่มจำนวนเซ็ตให้มากเข้าไว้ พร้อมกับลดจำนวนครั้งด้วย เพราะจำนวนเซ็ตที่มากขึ้นจะทำให้คุณใช้พลังงานมากกว่าการเพิ่มจำนวนครั้ง ขณะเดียวกันก็มีผลการศึกษาที่ปรากฏในวารสารของ Journal of Strength and Conditioning Research รายงานว่าการออกกำลังกายแบบไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อเซ็ต จำนวน 2 เซ็ต จะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อให้ตื่นตัวและเพิ่มฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนให้กับกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี 3.เพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย  วิธีที่จะเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อแบบง่าย ๆ ไม่ซับซ้อนคือ เพิ่มน้ำหนักใส่เวททุกครั้งที่ยก บวกกับกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในปริมาณที่เพียงพอ ก็จะช่วยเสริมพลังงานให้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว
นั่งพิมงานนานๆ ร่างกายก็เริ่มอ่อนล้า อาการปวดหลังจากการนั่งทำงานนานๆ เริ่มกัดกินความเป็นวัยรุ่นของเราๆ ไปทุกที แอดมินขอเสนอ 5 ท่าบรรเทาอาการปวดหลังจากออฟฟิสซินโดรม มาฝากค่ะ อย่างน้อยเราก็จะตื่นมาพร้อมกับอาการปวดหลังที่หายไป! (หรือบรรเทาอาการได้บ้างก็ยังดีน้า) #jasonfitness #jasonyogamat ท่าที่ 1 ยกเข่าสลับไปมา ให้นอนราบหลังติดกับพื้น แล้วให้งอเข่าจนชิดกับหน้าอก (หรือให้ชิดที่สุดเท่าที่ทำได้) จะรู้สึกได้เลยว่าเส้นบริเวณหลังช่วงล่างได้เริ่มขยับออกกำลังกายบ้างแล้ว ให้ทำแบบนี้สลับ 2 ข้างซ้ายขวา ท่าที่ 2 ยกเข่าชันขึ้นทั้งสองข้าง ให้นอนราบหลังติดกับพื้นเช่นเดิม แล้วยกเข่าทั้งสองข้าง ให้มือมาประสานกันดึงเข่าไว้ตามภาพ โดยให้ก้นยกขึ้น เป้นการยืดเส้นยืดสายช่วงหลังได้ดี ท่าที่ 3 บิดตัว งอเข่า นอนราบกับพื้น และมือประสานกันด้านหลังท้ายทอย งอเข่ามาด้านหน้า แต่พยายามให้ลำตัวยังตรง พร้อมหันหน้ามองตรงเช่นกัน โดยทำสลับ 2 ด้านซ้ายขวา จะทำให้ร่างกายได้ยืดร่างกายช่วงหลังไปจนถึงเอว ท่าที่ 4 เหยียดขาตรง นอนราบ โดยจะหนุนหมอนหรือไม่ก็ได้ แต่หลังจะต้องแนบกับพื้น ยกขาค้างไว้ 10 วินาที (ไม่จำเป็นต้องยกสูง) แล้วเปลี่ยนอีกข้างหนึ่ง ทำสลับไปมาให้ได้ไม่น้อยกว่า
มื้อกลางวันก็เป็นอีกมื้อที่ทำให้น้ำหนักขึ้นไม่แพ้มื้อเย็นเลยค่ะ เพราะฉะนั้นควรเลือกทานมื้อกลางวันที่มีประโยชน์และมีแคลอรีต่ำ เพื่อให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานในมื้อกลางวันให้หมดทันก่อนมื้อเย็นนั่นเอง มาดูกันว่ามื้อกลางวันที่ควรทานที่สุดและไม่ทำให้อ้วนมีอะไรกันบ้าง #jasonfitness   ก๋วยเตี๋ยวเป็นเมนูที่มีแคลอรีสูง และมักจะทำให้อ้วนได้ง่าย แต่ถ้าเป็นก๋วยเตี๋ยวแห้งจะไม่ทำให้อ้วนแน่นอนค่ะ แถมยังมีประโยชน์อีกด้วย อย่างนี้ต้องเปลี่ยนมื้อกลางวันมาเป็นก๋วยเตี๋ยวแห้งแล้วล่ะ   อาหารนึ่งก็เป็นเมนูที่ไม่ทำให้อ้วนเหมือนกันนะคะ แถมยังมีประโยชน์อย่างมากมายอีกด้วย แต่อย่างไรก็แนะนำให้ทานพวกปลานึ่ง ดีกว่าทานเนื้อสัตว์นึ่งค่ะ  เพราะปลาจะมีแคลอรีต่ำกว่าเนื้อสัตว์มากทีเดียวและยังบำรุงสมองได้ดีอีกด้วย   สำหรับคนที่ชอบทานผักก็มาเลือกทานเมนูผักเป็นอาหารมื้อเที่ยงกันดีกว่าค่ะ โดยอาจจะเป็นสลัดผัก ผักจุ้มน้ำพริก หรือเมนูอาหารที่เน้นผักมากๆ อย่างผัดผักก็ได้ ซึ่งนอกจากจะไม่ทำให้อ้วนแล้วยังอุดมไปด้วยสารอาหารและวิตามินที่มีประโยชน์อีกด้วย ซึ่งก็จะดีต่อสุขภาพของคุณมากเลยล่ะ   สำหรับผลไม้แนะนำให้ทานพวกผลไม้ตระกูลส้มหรือตระกูลเบอร์รี่ดีกว่าค่ะเพราะมีวิตามินซีอยู่เป็นจำนวนมากซึ่งก็จะช่วยในการลดน้ำหนักและบำรุงผิวพรรณได้ดี จึงเหมาะจะเป็นผลไม้ยามเที่ยงมากทีเดียวเลยล่ะค่ะ ถึงแม้ว่าข้าวกล้องจะมีราคาแพงกว่าข้าวขัดขาวทั่วๆ ไป แต่ด้วยประโยชน์และคุณค่าทานโภชนาการของข้าวกล้องแล้ว ก็คุ้มที่จะเปลี่ยนจากข้าวขัดขาวมาทานข้าวกล้องนะคะ แต่หากใครที่ยังไม่ชินกับข้าวกล้องสักเท่าไหร่ ก็อาจจะผสมข้าวกล้องกับข้าวขัดขาวก่อนก็ได้ค่ะ       ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก healthandtrend.com
ใครกำลังลดน้ำหนักยกมือขึ้น! วันนี้แอดมินมีเคล็ดลับเผด็จศึกไขมันภายใน 21 วัน ด้วยแผนการกินอิ่มๆ ด้วย 5 กฎง่ายๆ เพื่อเปลี่ยนแผนลดน้ำหนักเดิมๆ ที่ทำเอาใครหลายคนหวั่นใจกับอุปสรรคความหิวโซตรงหน้า สู่รูปแบบแผนการลดน้ำหนักที่อาศัยความรู้ใหม่ล่าสุดในการควบคุมแคลอรีและความหิวของคุณเป็นหลัก ไปดูกันว่าง่ายขนาดไหน… #jasonfitness   กฎข้อ 1 กินโปรตีนทั้ง 3 มื้อ การกินโปรตีนวันละ 3 มื้อ ทั้งเช้า กลางวัน เย็น และเน้นโปรตีนขนาดเท่ากำปั้นคุณทุกมื้อ เพราะมันช่วยให้คุณรู้สึกพอใจกับการกินได้มากกว่าคาร์โบไฮเดรตหรือไขมัน ทั้งยังกระตุ้นการเผาผลาญเป็นระยะซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ด้วย นอกจากนี้โปรตีนยังช่วยกระตุ้นการเติบโตของกล้ามเนื้อและการเผาผลาญไขมัน ซึ่งจะทำให้รูปร่างเพรียว ที่สำคัญคือโปรตีนช่วยซ่อมแซมร่างกายในช่วงที่คุณพักระหว่างออกกำลังในแต่ละวัน จึงช่วยให้คุณฝึกได้หนักขึ้นในครั้งต่อไป การกินโปรตีนให้พอเหมาะช่วยให้ร่างกายสร้างกล้ามได้ดีกว่าคนทั่วไปถึง 25% ผู้ชายส่วนใหญ่นิยมกินมื้อเช้าและมื้อเที่ยงที่โปรตีนต่ำและไปเน้นโปรตีนในมื้อเย็นแทน เนื้อสัตว์และแหล่งโปรตีนคุณภาพอื่นๆ – เนื้อแดงไม่ติดมัน – เนื้อหมู – เนื้อสัตว์ปีก – เนื้อสัตว์ป่าจากการล่าสัตว์ – ปลา – สัตว์น้ำมีเปลือก – กรีกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ – คอตเทจชีส – ผงโปรตีน – ไข่
ท่าวิดพื้น หรือ Push Up นอกจากจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้ร่างกายส่วนบนอย่าง กล้ามเนื้อแขน กล้ามเนื้ออกแล้ว รู้ไหม? ว่ามันยังมีประโยชน์มากกว่านั้น ถ้าหากเราผสมผสานท่าประยุกต์ต่างๆ เข้าด้วยกัน เราจะสามารถสร้างโปรแกรมออกกำลังกายที่ใช้ฝึกได้ทุกส่วนของร่างกายเลยนะ   วิธีฝึก  เริ่มจากฐานด้านซ้ายของพีระมิด ให้คุณฝึกไต่ระดับขึ้นจากด้านซ้ายแล้วลงไปด้านขวา โดยฝึกตามจำนวนครั้งของแต่ละท่าตามตัวเลขที่กำหนดไว้ในวงกลม ส่วนการหยุดพักให้ยึดตามระดับความฟิตของคุณค่ะ 1. Single-Leg ทำท่าวิดพื้นแต่ยกขาข้างหนึ่งลอยขึ้น แทนที่จะวางชิดกัน 2. Dive Bomb เริ่มท่าด้วยการยกสะโพกขึ้น จากนั้นดึงลำตัวไปด้านหน้า ลดสะโพกลงและเหยียดแขนให้สุด 3. Knee-to-Chest ขณะที่คุณดันตัวกลับขึ้นให้ยกเข่าข้างหนึ่งไปข้างหน้า ทำสลับข้างไปมาทุกๆ ครั้งที่ฝึก   4. Clapping ฝึกท่าวิดพื้นโดยให้คุณดันตัวกลับขึ้นด้วยแรงมากพอที่จะทำให้ตัวลอยขึ้นเพื่อปรบมือ 5. Knee-to-Elbow ฝึกท่าวิดพื้นแต่ให้ดึงเข่าเลื่อนเข้าหาข้อศอกในจุดล่างสุดของท่า เปลี่ยนสลับข้างในทุกๆ ครั้งที่ฝึก   ขอบคุณข้อมูลจาก Men’s Health Thailand ภาพจาก Beth Bischoff
ถึงแม้ว่าการออกกำลังกายเป็นสิ่งดี แต่คนส่วนมากก็มีความรู้ที่ผิดๆ เกี่ยวกับการออกกำลังกาย ซึ่งเมื่อนำมาปฏิบัติเป็นประจำแล้วก็จะกลายเป็นนิสัยที่ไม่ดีและไม่ทำให้เกิดผลดีต่อร่างกายด้วย ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายที่บ้านหรือที่ฟิตเนสก็ตาม ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่คนออกกำลังกายควรเลิกทำ! ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก organicbook.com   มีทฤษฎีเก่าๆที่เคยกล่าวว่าเราควรออกกำลังกายตอนท้องว่างเพื่อการเผาผลาญไขมันที่ดีขึ้น แต่ว่าเมื่อมีการวิจัยและศึกษามากขึ้นเกี่ยวกับทฤษฎีนี้กลับพบว่าไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นความจริง งานวิจัยส่วนมากในปัจจุบันพบว่าการออกกำลังกายระหว่างท้องว่างจะทำให้การออกกำลังกายของเราด้อยประสิทธิภาพลง และเราก็จะยังไม่สามารถทุ่มเทแรงของเราได้เต็มที่สำหรับการออกกำลังกายแบบเข้มข้นขึ้น ดังนั้นจะเป็นการดีกว่าถ้าเราจะทานอะไรสักอย่างก่อนออกกำลังกาย 45 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมง โดยอาจจะเลือกเป็นขนมปัง 1 แผ่นทาด้วยเนยถั่วสัก 1 ช้อนโต๊ะ, กล้วยหอม 1 ลูก, หรือโยเกิร์ตไขมันต่ำสัก 1 ถ้วย ทานแค่พอให้มีอะไรอยู่ในท้อง ไม่ต้องทานมื้อหนัก เพียงแค่นี้ร่างกายของเราก็จะมีพลังในการออกกำลังกายต่างๆ โดยที่เราจะไม่เสี่ยงกับการล้มพับหรือหมดแรงไปก่อน   การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอให้ผลที่วิเศษมากก็จริงอยู่ เพราะช่วยในให้หัวใจแข็งแรง เพิ่มอัตราการเผาผลาญแคลอรี่ในร่างกาย แถมทำให้กล้ามเนื้อในร่างกายแข็งแรงด้วย แต่การคาร์ดิโออย่างเดียวไม่ทำให้ร่างกายเราเผาผลาญไขมันอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณต้องการเผาผลาญไขมันส่วนเกิดอย่างรวดเร็ว การออกกำลังกายโดยใช้บอดี้เวท (น้ำหนักร่างกายของเราเอง) หรือว่าอุปกรณ์ยกน้ำหนัก เพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้เราจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญได้ดียิ่งขึ้น ถ้าเราเน้นการสร้างกล้ามเนื้อเข้าไปด้วย ในระหว่างที่เราฝึกนั้น เราอาจไม่ได้เบิร์นมาก แต่มวลกล้ามเนื้อที่เราเสริมสร้างเข้าไปในร่างกายจะช่วยร่างกายเราเผาผลาญได้มากหลังจากออกกำลังกาย การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ หรือ stretching นั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากทั้งก่อนและหลังออกกำลังกาย แต่ถ้าเราจะยืดเส้นยืดสายแค่ก่อนออกกำลังกาย เราจะมีโอกาสเสี่ยงมากต่อการบาดเจ็บระหว่างออกกำลังกายอยู่ดีควรมีการยืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกาย โดยทำหลังจาก warm up ด้วยคาร์ดิโออย่างเบาๆแล้ว
เรื่องระบบการเผาผลาญนี่พูดยากค่ะ! เพราะแต่ละคนมีระบบเผาผลาญต่างกัน บางคนกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน แต่บางคนกินนิดเดียวก็อ้วนเอาๆ แล้วจะทำไงดี? แอดมินมีเคล็ดลับดีๆ ในการเพิ่มระบบเผาผลาญมาฝากกัน…   การเพิ่ม Metabolism ทำให้มีการเผาผลาญแคลอรี่มากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายใช้พลังงานมากขึ้นไปด้วยค่ะ… การเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้การเผาผลาญดีขึ้นอย่างมาก ยิ่งมีกล้ามเนื้อมากเท่าไหร่ ร่างกายก็จะเผาผลาญได้มากเท่านั้น อยากจะเผาผลาญแคลอรี่ให้เร็วที่สุด ก็ต้องออกกำลังกายบ้างนะ อย่างน้อย ออกไปเดิน 30 นาที หรือ 1 ชม. วิ่งเหยาะๆ หรือเต้นแอโรบิกอาทิตย์ละ 3 ครั้งค่ะ อย่าอดเอาหารเชียวนะ! ยิ่งร่างกายคุณขาดสารอาหาร กล้ามเนื้อก็จะยิ่งล้า การเผาผลาญก็จะน้อยลง ทางที่ดีกินเป็นมื้อเล็กๆ วันละ 3-4 มื้อก็ได้ แต่ต้องเป็นอาหารที่มีประโยชน์นะคะ เห็นภาพนี้แล้วอย่าเพิ่งรีบพุ่งไปร้านเบเกอรี่นะคะ เพราะเราควรลด หรือ งดน้ำตาลไปเลย! เนื่องจากน้ำตาลจะถูกแปรสภาพเป็นไขมันในร่างกาย ยิ่งเราลดน้ำตาล ไขมันก็จะลดลงไปด้วยค่ะ รู้มั้ยว่า ความเครียดจะทำให้คุณอ้วนขึ้น! สำหรับสาวๆ ยิ่งเครียดยิ่งกินใช่มั้ยล่ะ? แต่จริงๆ แล้ว ความเครียดจะสร้างฮอโมนคอร์ติโซนซึ่งจะทำให้อัตราการดูดซึมของเมตาบอลิซึ่มช้าลง การเผาผลาญก็จะช้าไปด้วย การดื่มน้ำจะช่วยขับสารพิษในร่างกายของเราและยังช่วยกระตุ้นให้เมตาบอลิซึ่มทำงานดีขึ้น แต่ถ้าใครเบื่อน้ำเปล่า อาจจะเปลี่ยนมาดื่มชาเขียวบ้างก็ได้
พูดถึงผู้หญิงอย่างเราๆ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องความชอบกินเค้ก บางคนก็ชอบมากแบบกินได้ทุกวัน หรือบางคนอาจจะนานๆ ครั้ง ถึงจะรู้ว่ากินแล้วอ้วนก็เถอะ แคร์ที่ไหนกัน…คุณผู้ชายทั้งหลายที่ได้อ่านเหตุผลเหล่านี้แล้ว อาจจะเข้าใจผู้หญิงข้างๆ มากขึ้นก็ได้นะคะ คราวหน้า มาติดตามกันว่าจะมีวิธีไหนที่กินของหวานแล้วไม่อ้วนบ้างน้าา#JasonFitness   รสชาติอร่อยแถมหน้าตายังน่ากินไปอีก… เค้กสมัยนี้ แต่ละร้านก็บรรจงสรรสร้างทำออกมาให้มีรูปร่างหน้าตาสวยงามหน้าทาน ให้เป็นเอกลักษณ์ เห็นแล้วอยากพุ่งเข้าไปชิมเข้าไปลิ้มรส นอกจากจะมีหน้าตาสวยงามแล้วรสชาติต่างๆก็ทำให้ติดใจด้วย ก็มีแต่สิ่งยั่วยวนใจ หันไปทางไหนก็เจอแต่เค้กน่ากิน! ไม่ว่าจะเปิด Facebook หรือ Instagram ก็มีแต่เพื่อนโพสต์ เพื่อนแชร์แต่เค้กน่ากินๆ ไหนจะร้านเค้กที่เปิดกันมากมายทั่วไทยอีก แล้วใครจะไปอดใจไหวอ่ะ… ไม่ได้ชอบเค้ก แต่ชอบบรรยากาศในการกินเค้ก ก็อย่างที่บอกว่าร้านเค้กสมัยนี้มีทุกที่ แทบจะทั่วประเทศ ไหนจะการตกแต่งร้านให้น่านัjง ได้ถ่ายรูปกันแบบชิวๆ เชื่อเถอะ สาวๆ หลายคนไปร้านนึงไม่ต่ำกว่า 50 รูปแน่นอน… ไหนจะมีเหล่าแก๊งเพื่อนไปร่วมตั้งวงเมาท์กันด้วยแล้วล่ะก็ จะทำให้การสนทนามีรสชาติยิ่งกว่าเดิม รับรองนั่งยาว… บางครั้งก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไรมากมายหรอก ความชอบกินเค้กของผู้หญิง บางทีก็ไม่มีเหตุผลอะไรมากมายหรอกค่ะ ก็แค่อยากกิน เพราะการได้กินเค้กมันคือความสุขอย่างนึงเลยนะ! เพราะฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงบ่อย ปกติแล้วผู้หญิงจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งจะควบคุมให้มีไขมันในร่างกาย เพื่อให้มีสภาพพร้อมกับการตั้งครรภ์ ดังนั้นเมื่อช่วงใกล้มีประจำเดือนผู้หญิงมีฮอร์โมนเอสโตรเจนเพิ่มขึ้น จึงทำให้เกิดอาการอยากของหวานมากกว่าเดิม ไหนๆ ใครเห็นด้วยกับข้อนี้บ้าง อยากกินเค้กทีไร
ไหนๆ ใครมีปัญหา พุงออก พุงย้อย พุงใหญ่ พุงห่วงยาง พุง… อ่ะๆ พอก่อน ไม่ต้องเครียดไปค่ะ วันนี้มีทางออกง่ายๆ ตามสไตล์คนรักสุขภาพอย่างเรามาฝากกัน ด้วยท่าออกกำลังส่วน “หน้าท้อง” หรือ Abs กับ 5 ท่าง่ายๆ มีอะไรกันบ้าง ไปดูและทำตามกันได้เลย #แชร์แล้วต้องทำตาม #แชร์อย่างเดียวไม่ผอมนะจ๊ะ คราวหน้าจะมีท่าออกกำลังกายส่วนไหนอีก อย่าลืมมาติดตามกันน้าา #JasonFitness   Plank เป็นท่าที่ง่ายๆ (เอ๊ะ! หรือไม่นะ?) ใครก็สามารถทำได้ แค่ท่านี้ท่าเดียว ก็ช่วยให้เรามีกล้ามหน้าท้องสวยๆ ได้นะ ถ้าทำทุกวัน ขีดเส้นใต้ทุกวันนะคะ เพราะท่าแพลงค์จะทำให้เราต้องเกร็งหน้าท้อง หรือแทบจะทุกส่วนของร่างกายเลยก็ว่าได้ค่ะ วิธีง่ายๆ มีเพียงขั้นตอนเดียว คือพยายามรักษาท่านี้ให้ได้นานที่สุด โดยที่ ตัวไม่ยกขึ้น หลังไม่โก่ง ไม่งอ ต้องรักษาลำตัวให้ตรงโดยเกร็งท้องไว้ และหายใจตามปกติ แรกๆ อาจจะตั้งเป้าค้างไว้ให้ได้ประมาณ 10-30 วินาที แต่ถ้าใครทำบ่อยๆ แล้ว จัดไป 1 นาทีเลยค่ะ